บทความ
8 เหตุผลที่ต้องไปดูบอลที่บุรีรัมย์สักครั้งในชีวิต
วันที่ 10 กันยายน 2563

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชื่อนี้ สำหรับแฟนฟุตบอล คงไม่ต้องอธิบายกันให้ยุ่งยาก แต่สำหรับใครที่ไม่ดูบอล ผมเชื่อว่าชื่อของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดคงจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง นั่นเพราะสโมรสรแห่งนี้ คือทีมฟุตบอลไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในรอบ 10 ปีมานี้นั่นเอง

โดยความสำเร็จของ ทีมปราสาทสายฟ้า ไม่ได้มีแค่โทรฟี่ในตู้โชว์เท่านั้น แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ การสร้างเมือง ให้เป็น Sport Entertainment Destination ทำให้จากจังหวัดในอีสานใต้ที่มีเพียงปราสาทพนมรุ้งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว กลับกลายเป็นว่าทุกวันนี้เวลาพูดถึงบุรีรัมย์ คนส่วนใหญ่ต่างคิดถึงทีมฟุตบอลเป็นอันดับแรก

และถึงแม้ว่าผมจะไปเยือนรังเหย้าของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือที่ตอนนี้ใช้ชื่อว่า ช้างอารีนา มาถึง 3 ครั้งแล้ว แต่ก็ยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้กลับมาอีก โดยเฉพาะวันที่มีแมตช์การแข่งขัน ที่คน (แทบ) ทั้งเมืองพร้อมใจกันใส่เสื้อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่เว้นแม้กระทั่งพนักงานร้านสะดวกซื้อ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับไปดูบอลที่ยุโรปยังไงยังงั้น และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่แฟนบอล เชื่อผมสิว่า (ในฐานะคนไทยคนหนึ่งก็ได้) ที่นี่…ควรค่าแก่การมาเห็นด้วยตาตัวเอง และนี่ก็คือ 8 เหตุผลที่คุณต้องไปดูบอลที่บุรีรัมย์สักครั้งในชีวิต

รู้จัก ฟีฟ่า กันมั้ยครับ? ฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ คือหน่วยงานทางด้านกีฬาฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วก็เป็นผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในทุก 4 ปีด้วย ทีนี้สนามที่จะได้รับรองมาตรฐานฟีฟ่าเนี่ย ก็ต้องมีรายละเอียดปลีกย่อยตรงตามที่เขากำหนด เช่น ต้องมีความกว้าง-ยาวของสนามตามสเปค ต้องมีหญ้าที่ผ่านการรับรอง ต้องมีที่นั่งที่มีพนักพิงครบทุกที่นั่ง ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ต้องใช้เวลาเดินทางจากสนามบินไม่เกิน 150 นาที ฯลฯ

ซึ่งสนามของบุรีรัมย์เป็นสนามระดับสโมสรฟุตบอลทีมแรกของไทยที่ได้มาตรฐานดังกล่าว (เทียบเท่าราชมังคลากีฬาสถาน) ทั้งยังเป็นสนามที่ไม่มีลู่วิ่งสนามแรกในไทยที่ได้รับรองอีกด้วย นั่นหมายถึงว่าแฟนบอลอย่างเราจะได้ชมเกมการแข่งขันแบบติดขอบสนาม ระดับโลก ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

คือต้องบอกว่าเห็นแล้วมันฮึกเหิมอ่ะ! เพราะในวันที่มีเกมการแข่งขัน ไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดง เด็กนักเรียน พ่อค้าแม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยว หรือแม้แต่พนักงาน 7-11 ต่างก็พร้อมใจกันใส่เสื้อทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งส่วนหนึ่งผมว่าเป็นเพราะการที่ทีมผลิตเสื้อเอง (ไม่มียี่ห้อ) ทำให้ออกขายในราคาหลักร้อย บวกกับดีไซน์ที่ทันสมัย เอาความเป็นท้องถิ่นมาผสมผสาน ซึ่งทุกคนก็ยินดีจะจ่าย แม้ว่าตัวเองจะไม่ใช่แฟนทีมปราสาทสายฟ้าก็ตามที

จากเสื้อเชียร์สู่แฟชั่นหน้าสนาม ที่เดี๋ยวนี้เทรนด์ Sportswear กำลังได้รับความนิยมในยุคที่คนหันมาออกกำลังกายและรักสุขภาพกันมากขึ้น เราจึงจะได้เห็นแฟนบอลบุรีรัมย์ (รวมถึงแฟนๆ ทีมเยือน) Mix & Match เสื้อทีมกันแบบที่ต้องเหลียวตามอง

สำหรับแฟนบอลคนไหนที่มีเวลาน้อย แต่อยากเห็นปราสาทพนมรุ้งด้วย (ปราสาทอยู่ห่างจากสนามไป 60 กม.) ที่ข้างสนามเขาก็เนรมิตพนมรุ้งจำลองมาให้สัมผัสถึงจะความยิ่งใหญ่กันด้วย ในขณะที่บริเวณโดยรอบก็ยังมีสวนสาธารณะ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟให้บริการ สำหรับใครที่ต้องการหลบร้อนกันด้วยนะ

ต้องบอกว่าในยุครุ่งเรือง ปีที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดคว้า 5 แชมป์ ฤดูกาล 2015 จังหวัดบุรีรัมย์ต้อนรับแฟนบอลเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 13,000 คนต่อนัด แต่หลังๆ มานี้ แม้กระแส/แฟนบอลจะลดลงไปบ้าง แต่หากเลือกมาชมเกมบิ๊กแมตช์ที่ชนกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างการท่าเรือ เอฟซี แบงค็อก ยูไนเต็ด ดาร์บี้อีสานกับนครราชสีมา เอฟซี หรือคู่ปรับตลอดกาล เมืองทอง ยูไนเต็ด แน่นอนว่าบรรยากาศทั้งในและนอกสนามย่อมครึกครื้นกว่าแมตช์อื่นๆ อย่างซูเปอร์บิ๊กแมตช์ที่ผมมาชมกันในเกมนี้ มีแฟนบอลเข้ามาชมถึง 27,000 คน จากความจุทั้งหมด 32,600 ที่นั่ง

ไม่ว่าชนะหรือแพ้ จบเกมแล้วก็ยังมีอาหารรอเราอยู่ที่ตลาดเซราะกราว ตลาดกลางคืนหน้าสนาม ที่ดูเหมือนว่าคนบุรีรัมย์จะชอบกินยำกับลูกชิ้นปิ้งเป็นพิเศษ

และถ้าใครอยากไปให้สุดสำหรับทริปดูฟุตบอลที่บุรีรัมย์ ผมขอแนะนำให้พักที่ อมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สักคืน เพราะที่นี่ถือเป็นโรงแรมฟุตบอลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ด้วยการตกแต่งในธีมฟุตบอล ทั้งห้องอาหาร Kick Off สระว่ายน้ำ และห้องพักที่ประดับด้วยวอลล์เปเปอร์รูปนักเตะ สนาม แฟนบอล หรือถ้าจะให้เจ๋งสุดๆ ต้องจองห้อง Two Bedroom Suites ที่จะมี ‘ลุงเน’ นอนเป็นเพื่อนคุณไปตลอดทั้งคืน!

เราได้เห็นบรรยากาศความบ้าคลั่งของแฟนบอลในวันที่มีเกมการแข่งขันกันไปแล้ว แต่หากอยากรู้จักสนามความจุ 32,600 ที่นั่ง อันดับ 3 ของประเทศไทย (เป็นรองเพียงราชมังคลากีฬาสถานและสนามกีฬาติณสูลานนท์) ให้ดียิ่งขึ้น ทางสโมสรก็มีให้บริการทัวร์สนาม ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบชมฟรีและเสียค่าเข้าชม 200 บาท ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษในการเข้าชมห้องแถลงข่าว VIP Box ชมข้อมูลสนามผ่าน VR และถ่ายรูป CG กับนักเตะที่ชื่นชอบ ส่วนใครที่เลือกชมแบบฟรีก็สามารถเดินชมได้ทั้งห้องแต่งกายนักเตะทีมเหย้า-ทีมเยือน อุโมงค์ลงสู่สนาม และซุ้มม้านั่งสำรอง

ก่อนจะมาปิดท้ายกันที่ Buriram United Megastore ให้ได้ละลายทรัพย์ ซื้อของที่ระลึกกลับไปว่าครั้งหนึ่งได้มาเยือนบ้านของยอดทีม ปราสาทสายฟ้า-บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

สำหรับทริปนี้ ตลอดระยะทาง 400 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงบุรีรัมย์ เราเดินทางไปกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่ต้องบอกว่าด้วยความที่เป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบ SUV (Sport Utility Vehicle) ทำให้ดีทั้งทัศนวิสัย ที่นั่งกว้างขวาง สะดวกสบาย แถมยังมีระบบช่วยเตือนต่างๆ ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างคล่องแคล่วและปลอดภัย ใครสนใจทดลองขับก็จัดไปครับ www.ford.co.th/suvs/everest

— อ่านเที่ยวรอบโลก เหมือนได้เที่ยวรอบโลก —
ไม่อยากพลาดข่าวสาร ‘เที่ยวรอบโลก’ Add Line เราเป็นเพื่อนที่ http://bit.ly/lineTAW

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมจากนิตยเที่ยวรอบโลกได้ที่ : ศูนย์วิทยบริการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี

ขอขอบคุณ

ที่มา : https://www.travelaroundtheworld-mag.com

 

ขอเครดิตฟรีหน่อยครับสมัครปุ๊บรับปั๊บไม่ต้องฝาก สล็อตออนไลน์ เครดิตโบนัสได้เงินจริง slot938 สล็อต สล็อตออนไลน์ thaicasinobin แจกเครดิตฟรี สล็อต บาคาร่า คาสิโนออนไลน์ JQK41 สล็อต เครดิตฟรี ไทยคาสิโนออนไลน์ thaibet55 kubet ไทยคาสิโนออนไลน์ แทงบอล ซอคเกอร์ลีก คะแนนฟุตบอล เว็บพนันอันดับ1 HUC99 เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์